scoops

การเลี้ยงดู

กินกุ้ง ไข่กุ้ง ตะขาบ หรือ แมงป่อง แล้วปลาแดงจะแดงขึ้นจริงหรือ?

กินกุ้ง ไข่กุ้ง ตะขาบ หรือ แมงป่อง แล้วปลาแดงจะแดงขึ้นจริงหรือ??????


มีความพยายามมากมายของบรรดาเจ้าของปลาแดงทั้งหลายที่ต้องการให้ปลาแดงของตนนั้นแดงสุดฤทธิ์สุดเดช บางคนรับไม่ได้เมื่อมีคนมาทักว่า ปลาแดงของตัวเองนั้นเป็นปลาส้ม ไม่ว่าจะเป็นการเสริมวิตามิน หาสุดยอดอาหาร ใช้น้ำหมักใบหูกวาง หรือ ลงทุนซื้อหลอดแดดมาใช้ ?.. Well วิธีที่ง่ายที่สุดคือ รู้จักพอ

พอใจในสิ่งที่มีก็ไม่ต้องดิ้นรนเดือดร้อนให้ได้มาในสิ่งที่หวัง แต่ถ้ายังตัดใจไม่ได้ ดั่งปุถุชนทั่วไปที่เกิดมาพร้อมกับไส้ติ่งและกิเลสเป็นอุปกรณ์บังคับติดมาด้วย เราก็มาดูดีกว่าว่า ที่เค้าว่ากันว่า "กินกุ้ง ไข่กุ้ง ตะขาบ หรือ แมงป่อง แล้วปลาแดงจะแดงขึ้นจริงหรือ?" 


ความเชื่อที่ว่าสัตว์มีพิษนั้นจะเพิ่มความแดงให้กับตัวปลาเกิดกับตะขาบและแมงป่อง สำหรับกุ้งกับไข่กุ้ง ความเชื่อนั้นน่าจะมาจาก สีที่ไข่กุ้งและตัวกุ้งที่มีสีแดงปนเป็นหลักแบบที่ว่า You are what you eat. อันแรกเรื่องพิษนี่ต้องบอกว่าไม่รู้ แต่อันหลังนี่พอจะมีทฤษฎีเปรียบเทียบจากกรณีศึกษาของที่มาของสีแดง/ส้มในเนื้อปลาsalmonที่มีสีของเนื้อเป็นสีแดงหรือส้มต่างจากปลาทั่วๆไป โดยธรรมชาติจริงๆแล้วเนื้อที่ salmon สร้างเองเป็นสีขาวเหมือนปลาอื่นๆทั่วไป แต่จากการค้นคว้าพบว่าสีแดงในเนื้อมันมาจากสารสี( pigment )ที่เรียกว่า astaxanthin ซึ่งมีอยู่ในสัตว์เซลเดียวและสาหร่ายในบริเวณนั้นๆ ถูกกินโดยกุ้งซึ่งจะสะสมเจ้า astaxanthin ไว้ในเนื้อและเปลือกของมัน เมื่อsalmonกินกุ้งพวกนี้เข้าไปก็จะสะสมเจ้า astaxanthin ไว้ในชั้นไขมันของมันจนในที่สุดสีเนื้อมันกลายเป็นสีแดงหรือส้ม เมื่อการบริโภคของsalmonในธรรมชาติแต่ละตัวมีความหลากหลายของสีเนื้อของsalmonก็จะมีตั้งแต่สีชมพูอ่อนจนถึงแดงเข้ม ข้อพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งคือ ในปัจจุบันsalmonส่วนใหญ่นั้นถูกเลี้ยงในกระชังหรือบ่อโดยให้ชิ้นส่วนเนื้อปลา(fishmeal-คำว่า meal ต่อท้ายหมายถึงรวมส่วนต่างๆในตัวปลาด้วยส่วนใหญ่จะพวกเศษๆที่ไม่ค่อยมีราคาเท่าไหร่)เป็นอาหารหลักโดยไม่มีกุ้งผสมทำให้salmonเลี้ยงเหล่านี้ไม่ได้รับ pigment astaxanthin จึงมีสีเนื้อที่ขาวจั๊วะตามกฎของธรรมชาติ ถึงแม้รสชาติจะเหมือนเดิม แต่ผู้บริโภคก็ไม่นิยมกินเนื้อsalmonสีขาว ดังนั้นเจ้า astaxanthin จึงถูกใส่ลงไปในอาหารsalmon ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบของการผสมผงยีสต์แดง หรือ สารสงเคราะห์สกัดจากผงกุ้งบด ซึ่งอย่างหลังจะนิยมมากกว่าเพื่อทำให้สีเนื้อของมันเป็นสีแดงดุจเนื้อsalmonจากธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลการสำรวจความเห็นของผู้บริโภคระบุว่า เนื้อsalmonยิ่งแดง ยิ่งควรจะสดและมีคุณค่าทางอาหารมากกว่า ซึ่งความจริงนั้นสีของเนื้อปลามันไม่เกี่ยวกันเลยกับความสดและคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้เราไม่เคยเห็นเนื้อsalmonขาวในตลาดเลย เหมือนน้ำโค๊กกับเป๊ปซี่ที่ทำให้มีสีขาวใสเลยก็ได้แต่คนก็ไม่นิยมดื่มกัน


แล้วมันสรุปอะไรได้บ้างล่ะ well อย่างน้อยเราก็รู้ว่า เจ้าสีแดงที่เราหวังจากกุ้งหรือไข่ของมันคือเจ้า astaxanthin ซึ่งสามารถสะสมได้ในเนื้อปลาsalmon ( โดยเราอาจทดลองโดยการให้arowanaแดงทานเจ้าสารเหล่านี้ที่สกัดแบบเข้มข้นจากธรรมชาติแบบปลอดภัยเพื่อให้แน่ใจว่าปลาได้รับเจ้าสาร astaxanthinแบบ super dose แล้งค่อยมาดูผลว่ามันช่วยทำให้ปลาแดงขึ้นจริงหรือไม่?. แต่โชคดีที่ผมทำใจได้เลยไม่ต้องทดลองเรื่องนี้ แหะๆ )

แต่แล้วเรื่องสีที่เกล็ดล่ะ ปลาแดงมันต้องแดงที่เกล็ดไม่ใช่แดงที่เนื้อ เลี้ยงไว้ดูไม่ใช่เลี้ยงไว้กิน บ่นอะไรมายืดยาวเนี่ยไม่เห็นเกี่ยวกันเลย ? หลายท่านอาจจะนึกในใจ แหะ แหะ ใช่ครับ มันก็อีกเรื่องหนึ่งครับ สีต่างๆที่อยู่บนตัวปลานั้นเกิดจากเซลที่ชื่อว่า chromatophores ซึ่งอาจประกอบจาก pigment ต่างๆเช่น melanins, carotenoids, pteridines, and purines โดยpigmentสีแดงจัดอยู่ในกลุ่มของ carotenoids ในขณะที่ melanins มีผลต่อสีเข้มต่างๆในตัวปลาและ pigmentอื่นๆtบวกกับโปรตีนบางชนิดก็รับผิดชอบในการแสดงสีอื่นๆ ต่างกันไป เซล chromatophores ยังปรากฏในสัตว์เลือดเย็นต่างๆเช่น กิ้งก่าที่เปลี่ยนสีได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น เจ้า pigment สีแดง astaxanthin ก็จัดอยู่ในกลุ่ม carotenoids ซึ่งมีอยู่หลายร้อยชนิดรับผิดชอบในการแสดงตั้งแต่สีเหลืองจนถึงแดง ในธุรกิจปลาสวยงาม carotenoids ถูกใช้เพื่อเสริมสร้างสีสดๆสวยงามต่างๆ เพราะปลาส่วนใหญ่ไม่สามารถสังเคราะห์สารนี้เองได้มีเพียงสาหร่ายและสัตว์เซลเดียวบางชนิดเท่านั้นที่สามารถสังเคราะห์ได้ carotenoids


อืม ในเมื่อกุ้งและไข่กุ้ง มี astaxanthin ซึ่งอยู่ในกลุ่ม carotenoids ซึ่งก็น่าจะสรุปได้ว่า มันก็มีส่วนบ้างไม่มากก็น้อยในการทำให้ปลาเราแดงขึ้น ก็น่าจะเก็บเอาไปเป็นอาหารปลาแดงเราบ้าง แม้จะไม่เป็นอาหารหลักแต่เป็นครั้งคราวก็ยังดี ส่วนหากว่าเราให้ astaxanthin สังเคราะห์แบบเข้มข้นกับปลาแล้วจะทำให้เค้าแดงขึ้นอีกมาน้อยแค่ไหนก็ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน สำหรับตะขาบกับแมงป่องแล้วผู้เขียนยังไม่พบข้อมูลตรงนี้ ถ้าวันไหนเจอก็จะขออนุญาตินำมาลงเป็นarticleให้แล้วกัน แต่ที่สังเกตอย่างหนึ่งคือปลาแดงที่เลี้ยงในบ่อธรรมชาติให้โดนแดดเต็มๆ อายุมากๆนี่ แดงจนแสบตาแทบทุกตัว ผมว่า แสงแดดธรรมชาตินี่น่าจะมีส่วนอย่างมากเลยทีเดียว ข้อดีอีกอย่างคือ มันฟรีครับ แต่การเผาหลอดแดดแบบมากๆในตู้นี่ไม่เห็นด้วยครับ สงสารปลา เห็นบางตัวโดนจนตาบอดก็มี และอีกอย่างคือแม้ยังไม่มีการวิจัยว่าการเปิดหลอดแดดนานๆจะทำให้ปลาตาบอดหรือไม่ แต่ก็ไม่มีอะไรอีกหล่ะที่จะรับประกันว่าตาปลาคุณจะยังใสอยู่หลังจากทนหลอดแดดมา 5ปี 10ปี อย่าลืมว่าในธรรมชาติน้ำจะไม่ใสเหมือนในตู้ และปลาสามารถหลบเข้าที่ร่มได้ในบางครั้ง ไม่โดนแบบจังๆเหมือนในตู้ตลอดเวลา ?..บ่นมายาวแล้วครับเจ้า Article นี้ ยังสรุป ฟันธง อะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ก็อย่างภาษิตความจริงของชีวิตที่ว่าไว้ Always Expect The Unexpected จงคาดหวังในสิ่งที่ไม่คาดคิด

บทความที่เป็น article ไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป ไม่ต้องมีบทสรุปที่ชัดเจนเสมอไป และเซียนก็ใช่ว่าจะถูกเสมอไป แต่อย่างน้อยก็ขออนุญาติคาดหวังว่า Article อื่นๆใน arohouse.com คงไม่กวนประสาทผู้อ่านดั่ง Articleนี้เสมอไป ผิดถูกอย่างไรขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ


ป.ล. Oh DNA ก็มีส่วนนะครับ ไม่ใช่ไปซื้อปลาแดงสีธรรมดาพื้นๆมา แล้วอัด astaxanthin เยอะๆอย่างเดียวแล้วคาดหวังว่าจะแดงแซง Munjul แบบขาดลอยล่ะก็ บอกได้ว่ายากครับ ไม่เชื่อลองถาม"เจ้าโชกุน"ดูสิ

อ่าน 9687 ครั้ง