scoops

Aquarama 2009

Dragon Fish Seminar AQUARAMA 2009 ตอนที่ 4.....สาเหตุปลาตาตกและการรักษา

ก่อนอื่นต้องขออภัยทุกท่านด้วยที่วันจันทร์ผมก็เบี้ยวไปเฉยๆซะงั้น ความจริงคือว่าพยายามเร่งงานอย่างที่สุดแล้วเสร็จเอาตอน 20.15 เหลือ 45 นาทีก่อนร้านปิดเลยคิดว่าเวลาแค่นั้นไม่พอ จึงมาทำกระทู้ต่อในวันนี้แทน



I am just your messenger not a guru.....เนื้อหาทั้งหมดที่กล่าวมาแต่ต้น ขอเรียนอีกครั้งว่าเป็นเนื้อหาที่ Dr.Alex Chang กล่าวไว้ใน Seminar ขณะที่ Singaporean Arowana Gossip นั้นเป็นข้อมูลที่ได้จากคุยกันกับเพื่อนและชาวสิงคโปร์ที่มาร่วมงาน ซึ่งในความคิดผมแล้ว ทั้งDr.Chang และ เพื่อนๆที่คุยด้วยต่างก็มีความบริสุทธิ์ใจในการให้ข้อมูล เพียงแต่ข้มูลที่ได้มานั้นอาจมีบางอย่างที่คลาดเคลื่อนบ้างหรือเป็นจริงในบางกรณี และในบางกรณีผลที่ได้อาจจะไม่เป็นตามที่ได้รับข้อมูลมา ส่วนตัวผมแล้วมีความรู้เกี่ยวกับอโรวาน่าในบางเรื่อง แต่เรื่องที่ต้องสังเกตุแบบลึกๆนั้นผมไม่ละเอียดพอ เอาง่ายๆครับปลา 4 นิ้วอยู่ตรงหน้า ผมต้องถามพี่ฉัตรว่า พี่นี่มันมาเลย์หรือปลาแดง แต่สิ่งที่ผมได้ถ่ายทอดมานั้นอย่างที่บอกว่า เป็นสิ่งที่ได้ข้อมูลมาจาก TRIP นี้ครับ แม้อาจจะยาวไปบ้าง กระท่อนกระแท่น แต่รับรองได้ว่า หากกระทู้ซีรี่ย์นี้จบแล้ว ผมจะเป็นเหมือนงูหลามในนิทานอีสป ที่พ่นพิษออกมาจนหมดไม่เหลือแม้แต่หยดเดี่ยว

คือ ได้รับอะไรมาก็บอกหมด .....None left untold.

ไหนๆก็จะพูดเรื่องปลาตาตกแล้วก็ขออนุญาติแถมอาการปากยื่นเข้าไปด้วย โดย Dr.Chang กล่าวว่าการที่ปลาปากยื่นไว้ว่า It is all genetic of course unless you do not feed the fish for 3months its lower jaw will come out. มันเป็นเรื่อง gene กรรมพันธุ์ล้วนๆ ยกเว้นว่าคุณอดปลาสักสามเดือนปากก็จะยื่นเอง ซึ่งอาจจะมีส่วนเพราะอโรแดงกับเงินจะมีปลาปากยื่นมากกว่าอินโดและมาเลย์


ทำไมปลาตาตก บางคนได้ปลามาตามันก็ตกอยู่ก่อนแล้ว บางตัวเล็กๆมันเอียงๆโตมามันตกลงมาเรื่อยๆ ในSeminar Dr.Chang กล่าวว่าสาเหตุมาจากการที่ตู้ได้รับแสงอาทิตย์ด้านข้างในระยะห่างภายใน 1.5 เมตร (จากหน้าต่าง) ส่วนทำไมบางตัวมันตกข้างเดียวแต่อีกข้างไม่ตก Dr.Chang ไม่ได้ระบุไว้และไม่มีใครยกมือถาม หรือปลาบางตัวที่เลี้ยงในห้องนอนที่ไม่ได้รับแสงอาทิตย์เลยได้รับแต่แสงนีออนตายังตก หรือว่าแสงที่เข้าข้างตู้ทั้งหมดคือตัวการทำให้ตาตก ไม่ว่าจะแสงอะไรก็ตาม นั่นคือเราไม่ควรจะให้แสงด้านข้างเข้ามามากเกินไป

รูปจากหนังสือ Connoisseurs of Asian Arowana นะครับ บังเอิญทั้งเล่มเป็นภาษาจีนครับ

ในภาพประกอบอีกภาพ ที่เปรียบเทียบว่าในธรรมชาติจริงๆแล้วสภาพแสงเป็นอย่างไรและในตู้สภาพแสงเป็นอย่างไร

Dr.Chang ยังกล่าวอีกว่าในกรณีตู้ปลาสองชั้น จะตู้บนหรือล่างไม่เกี่ยวที่จะทำให้ปลาตาตก เกิดจากแสงที่เข้าข้างตู้อย่างเดียวเลย เพราะปลาสามารถตาตกได้ไม่ว่าจะอยู่ตู้บนหรือตู้ล่าง We put the fish up there they still drop and we put it down they still drop.

และหากตู้ที่ระดับน้ำสูงมากไปโดยเฉพาะในปลาตัวเล็กๆ จะทำให้โอกาสปลาตาตกมากกว่าตู้ที่น้ำไม่สูงมาก โดย Dr.Chang แนะนำว่าหากปลาตัวเล็กตู้ใหญ่ควรเลี้ยงในระดับน้ำที่ต่ำก่อนเมื่อปลาโตขึ้นจึงค่อยเพิ่มระดับน้ำในตู้ ขึ้นเรื่อยๆ

แต่ผมก็สงสัยว่า หากตู้เราเป็นกรองข้างหรือกรองล่างจะลดระดับน้ำในตู้ได้อย่างไร ยอมรับว่าตอนนั้นพยายามตั้งใจฟังเนื้อหาอย่างเดียวเพื่อจำมาบอกต่อแต่ไม่ได้คิดตามหรือมีข้อสงสัยใดๆ มัวแต่ตื่นเต้นกับข้อมูลที่กำลังได้รับ แม้ Dr.Changจะบอกว่า สามารถสอบถามได้ตลอดเวลาหากมีข้อสงสัย แต่เราก็ไม่กล้าขัด


Dr.Chang กล่าวอีกว่า วิธีเดียวที่จะทำให้ปลาหายตาเอียงคือ เอาลงบ่อหรืออ่างไฟเบอร์เท่านั้น(ซึ่งก็ไม่ได้ถามอีกว่าถ้าบ่อขาวหรืออ่างพื้นขาวมันจะหายไหม หรือต้องเป็นพื้นสีทึบเท่านั้น) After about three months they will go back up หลังจากสามเดือนอาการตาตกจะหายครับ

Dr.Chang กล่าวว่า ลูกปิงปองบนผิวน้ำไม่ได้ช่วยให้ตาที่ตกกลับคืนมาหากคุณยังเลี้ยงในตู้ที่ทำให้มันตาตกอยู่ ความจริงคือลูกปิงปองที่ลอยอยู่ผิวน้ำไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่But if it hashappened more than three years it will not help if you pur it in the pond or the fiber tank they will not come back because a lot of fat has accumulated above its eye. หากตาตกนั้นเกิดขึ้นนานเกินสามปี แม้คุณจะเอาลงบ่อหรืออ่างไฟเบอร์อย่างไรก็ไม่ช่วยเพราะไขมันได้ไปสะสมอยู่บริเวณเหนือตามากเกินไป

หลายคนคงนึกแล้วว่า จิงปะ: ....แหะๆ I am just your messenger not a guru....สามารถทดลองดูได้ครับ ได้ผลอย่างไรแล้วแจ้งให้ทราบด้วยครับ


ที่นี้มาต่อที่

หนอนนกดีหรือไม่อย่างไร: -หลายครั้งที่เคยได้ยินว่า หากเราให้ปลาเรากินหนอนนกมากๆจะทำให้ตาตกเพราะหนอนนกมีสูง :

Mealworms or Giantworms they are like Potato chips..you can feed them once in a while but not too often. Every fish loves mealworms. หนอนนกหรือหนอนยักษ์เป็นดั่งมันฝรั่งทอด สำหรับอโรวาน่าพวกมันชอบกินมากแต่ไม่ควรให้บ่อย นานๆทีน่ะได้


But inside is very useful ..you know ...แต่ข้างในตัวหนอนมีประโยชน์มากนะ ....ชาวจีนคนหนึ่งถามนอกรอบเป็นการส่วนตัวหลังจากจบseminar .It doesn't matter because it cannot digest the shield so cannot digest the inside. คือคำตอบที่ได้....มันไม่สำคัญหรอกครับเพราะปลาไม่สามารถย่อยเปลือกนอกได้ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้ประโยชน์ข้างในตัวหนอนได้

ส่วนตัวผมไม่ใช่แฟนหนอนนกหรือหนอนยักษ์ เพราะกลัวเจ้าตาตกนี่แหละแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เกี่ยวกัน ที่สำคัญเวลาให้หนอนชอบไปติดอยู่หวีกรองและตัวมันเบาๆเหมือนไม่ค่อยมีอะไรข้างในเท่าไหร่ :


Is it true that after 5-10 minutes if the fish doesn't eat we should just take out the food. จริงหรือปล่าวที่ปลาหยุดกินไปสัก 5-10 นาทีแล้วเราควรตักอาหารที่เหลือออก

ชาวจีนที่อายุประมาณอาม่าถามนอกรอบ:

yeah after 10 minutes it problably won't eat anymore you should take the food out. ครับถ้าสัก 10 นาทีปลาไม่กินก็ควรตักอาหารที่เหลือออก

ที่เค้าพูดกัน ประมาณนี้นะครับแต่ไม่ใช่แบบนี้ทุกคำพูดครับ

รูปทั้งหมด พี่ฉัตรe20ngx เป็นคนจัดการครับ ผมมีหน้าที่เอามาใช้โดยไม่ขออนุญาติ


ปลาบ่อเพาะพันธุ์ให้อาหารบ่อยแค่ไหน We feed every day but to a small amount. เราให้อาหารทุกวันแต่ในปริมาณที่ไม่มากนัก Prawn take the ....off by halves with shell....the shell is very important. เป็นกุ้งหักครึ่งพร้อมเปลือกโดยหักกรีกุ้งออก ผมถามว่ามีเปลือกหรือไม่ Dr.Chang บอกว่าเปลือกสำคัญมาก

ถ้าปลาบ่อดินให้อาหารตายแบบนี้ แสดงว่าต้องให้น้อยมากๆ เพราะถ้าอาหารเหลือคุณไม่มีสิทธิ์ตักออกแน่ Dr.Chang ถึงบอกในตอนที่เอาปลาผู้เมียมาให้ทายว่า...from the pond and are not well fed. ปลาบ่อได้รับอาหารน้อย

We also feed pork to our fish in the small fillet. เราให้เนื้อหมูกับปลาด้วยโดยหั่นเป็นชิ้นบางๆ Once a week. สัปดาห์ละครั้ง คือคำตอบเมื่อผมถามนอกรอบว่าบ่อยแค่ไหนที่ให้เนื้อหมู

ส่วนสาเหตุที่ให้เนื้อหมูเพราะสารอาหารตัวหนึ่งซึ่งสารภาพตามตรงว่าผมจับใจความไม่ได้ว่าสารนั้นๆคืออะไร ถ้าเราเปรียบเทียบดูอาจจะทราบว่าอะไรที่เนื้อหมูมีมากกว่าเนื้อกุ้งพร้อมเปลือก ดูเหมือนว่า สำหรับปลาบ่อนี่คืออาหารหลัก มีบ้างที่เพิ่มคือจิ้งหรีดและกบ


What is the best food for Arowana?

อาม่าคนเดิมถามนอกรอบอีกครั้ง

There is no best food just give them the cocktail. ไม่มีอาหารอะไรดีที่สุดครับ ควรให้หลากหลาย

ผมว่ามันก็หลักเดียวกับโภชนการของมนุษย์ หากใครยังคงคิดถึงเรื่องเนื้อหมูอยู่ ส่วนตัวผมให้อาหารปลาอย่างหลากหลายและไม่เคยให้เนื้อหมูเลย ปลาผมแข็งแรงดีปกติทุกตัว

ที่สังเกตุได้คือ ตอนแนะนำอาหารมีหลายอย่างที่ Dr.Chang เอ่ยเช่น Frog Cricket Prawn small fishes ซึ่งกุ้งฝอยไม่ค่อยได้ถูกเอ่ยอาจจะเพราะหายากในสิงคโปร์รึปล่าว ในขณะที่ฟังจากน้ำเสียงแล้วเวลาเอ่ยถึง Frog เสียงจะดังและน้ำเสียงแกจะสูงผิดปกติแสดงว่า เชียร์ตัวนี้มากที่สุด

กำลังจะถามแกว่า ฮวก is it good? แต่แกคงไม่รู้จัก ฮวก แน่ๆ

ที่สังเกตุมีหลายท่านให้กุ้งฝอยเป็นอาหารหลักแม้ขนาดปลาจะใหญ่ขึ้นมากแล้ว

หากบางท่านมีปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำหรือกรองที่เล็กเกินไป การเปลี่ยนจากกุ้งฝอยเป็นกุ้งใหญ่หักหัวอาจจะช่วยได้เพราะ จากการทดลองให้อาหารในบ่อผมสังเกตุว่ากุ้งฝอยจะทำให้ปลามีของเสียมากกว่าการให้เนื้อปลาหรือกุ้งแกะเปลือกในปริมาณเท่ากัน อาจจะเป็นเพราะขี้ที่หัวมันก็ได้ทำให้ปลามีของเสียมากกว่าการให้กุ้งใหญ่หักหัว

หากท่านไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหรือกรองก็แล้วแต่จะให้เถอะครับ


ส่วนเรื่องปลาว่ายกางหรือไม่กาง เกิดจากอะไร

ทำไมปลาบางตัวว่ายสวย บางตัวดูไม่สง่าเท่าที่ควร It is all genetic...If your fish swim very nice for the rest of its life it will swim like that. Nothing you can do about that. มันเป็นเรื่องพันธุกรรมอีกแล้วครับท่าน ถ้าปลาคุณว่ายแบบไหนสำหรับชีวิตที่เหลือเค้าก็จะว่ายแบบนั้น เราไปเปลี่ยนอะไรไม่ได้ (แต่ผมว่าอาจจะเป็นที่นิสัยปลามากกว่า)

นั่นอาจหมายถึงในสภาพปกติ ไม่ใช่ในสภาพปลาตื่นๆหรือเครียด

ถ้าให้นึกก็อาจจะเหมือนท่าเดินของคนเรา ทำไมบางทีแค่เห็นหลังเดินไปหลัดๆ เราก็จะจำได้ว่าเป็นเพื่อนเราแม้ไม่เป็นหน้า เพราะคนเราปกติจะเดินแบบเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแม้จะคิดเปลี่นยังทำยากเลย นับประสาอะไรกับปลา มันไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนท่าว่ายปกตินี่ครับ

ผมว่าที่จะพยายามDr.Changพยายามสื่อในส่วนนี้คือ อย่าไปคิดเปลี่ยนท่าว่ายของปลามันเลยครับ จะเปลี่ยนท่าเดินของเราเองยังทำได้ยากมากเลยดังนั้เวลาเลือกซื้อปลาอย่าลืมดูท่าทางการว่ายของมันด้วยนะครับ


ความถี่ที่เหมาะสมในการให้อาหาร ผมถามคำถามนี้ด้วยตัวเองเพราะผมอยากให้ปลาผมตัวโตๆใหญ่สัก30นิ้ว How often shoud you feed your fish? You can feed them once or twice a day and of course when they get older they will eat less often. คุณสามารถให้ได้วันละครั้งหรือสองครั้ง

Is there any difference between once a day and twice in one day?

Twice a day will grow faster definitely.

ให้อาหารวันละสองครั้งปลาจะโตเร็วกว่า

ซึ่งจากที่ผมเคยทดลองเองในกลุ่มคนเลี้ยงด้วยกันในระยะเวลาประมาณปีครึ่ง ปลาเริ่มเลี้ยงจากหกนิ้ว ให้อาหารวันละครั้ง-สองครั้ง ขนาดจะต่างกันประมาณนิ้วถึงสองนิ้วครับ

แต่ให้วันละสองครั้งนี่เปลืองอาหาร/ขนาดปลา(นิ้ว)มากกว่านะครับ


What about overfeeding? Is it good? บางครั้งเราชอบให้อาหารปลาจนพุงปลาแทบแตก อันนี้มันดีรึปล่าวนะ Dr.Chang ไม่ได้ตอบคำถามผมตรงๆบนเวที แต่จะเอ่ยว่า

For Crossbacks they will eat just enough but for red arowanas some can eat till they die. We used to cut open the dead one and the prawns still fill the stomach. มาเลย์จะกินพอประมาณ แต่ปลาแดงบางตัวจะกินจนอิ่มตายก็มี จากการที่ผ่าท้องปลาแดงที่ตายบางตัวจะมีก้งแน่นท้องเลย

ผมเลยสรุปเองว่างั้นเราให้พอดีๆก็พอ ดีกว่ามั๊ง เพราะขนาดให้วันละครั้งกับสองครั้งขนาดยังต่างกันไม่มากเท่าไหร่เลย เปลืองเปล่าๆ


เนื่องด้วยแต่ก่อนตอนซื้อกุ้งหักมา บางล็อทจะเจอกุ้งที่ออกสีส้มมีกลิ่นนิดหน่อยแล้ว หรือบางทีกว่าจะถึงบ้านกุ้งมันจะออกสีส้มแล้ว มีกลิ่นบางๆ ผมเลยถาม Dr.Chang ว่าปกติความจริงกความเย็นสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ ควรหรือไม่ที่ผมจะเอากุ้งส้มหน่อยๆนี่กลับไปแช่แข็งสักสามสี่วันเพื่อฆ่าเชื้อโรคแล้วเอากลับมาให้ปลากินอีก

ตรงนี้ Dr.Chang ตอบไม่ได้ แต่ได้กล่าวว่า ตอนนี้ต้องระวังกุ้งตลาดนิดหนึ่งเพราะจะมีการผสมฟอร์มาลีนในน้ำแข้งที่โรยบนตัวกุ้งทำให้ตรวจสอบได้ยากและมีปริมาณน้อย แม้กระทั่งในสิงคโปร์เองก็ทำ มาเลย์ก็มี แต่ก็ไม่ควรเสี่ยงจะนำมาให้ปลา แกเลยบอกว่าระหว่างกุ้งออกส้มหน่อยกะกุ้งฟอร์มาลีน แกเลือกเอากุ้งออกส้มหน่อยๆดีกว่า

ผมไปซื้อที่ MAKRO เค้าจะมีกระดานขึ้นมามีหน่วยงานของรัฐมาตรวจแล้วไม่พบสารปลอมปนในอาหารทะเลที่ MAKRO จำหน่าย ผมไม่แน่ใจจึงลองถามพนักงานที่ดูแลส่วนอาหารทะเลแกก็บอกว่ากุ้งขาวที่ชั่งขายเป็นโลไม่มีแน่เพราะสุ่มตรวจเสมอ แต่ดูแล้วตากุ้งมันไม่ใสเท่าไหร่ แต่ดูยากจริงๆครับ

ทำให้ผมเริ่มนึกได้ว่า สองเดือนก่อนผมไปสั่งหอยนางรมที่ MK สาขาที่พัทยาปรากฎว่าไม่มี พัทยาไม่หอยนางรม??? ลองมาสั่งที่ขอนแก่นเดือนที่แล้ว MK ตึกคอมไม่มีอีก ชักงงๆแล้วว่าในหอยนางรมมันมีอะไรอันตรายหรือปล่าว เพราะครัวMK จะตรวจอาหารละเอียดมากๆ(ที่รู้เพราะน้องผมเคยเป็นพนักงานบริษัทส่งหมูเข้าMK เค้ายังบ่นเลยซื้อหมูเข้าโลละร้อยกว่า ขายได้โลหนึ่งหลายพัน) ใครพอจะทราบอะไรช่วยบอกหน่อยนะครับ


เรื่องขนาดปลากับตู้ Dr.Chang ระบุว่าตู้ควรมีขนาดอย่างน้อย 60 นิ้ว(ความจริงแกบอกเป็นเซ็นติเมตรและน่าจะไม่รวมกรองข้าง ควรเป็นพื้นที่ที่ปลาว่ายได้) ซึ่งความจริงผมว่าควรจะมากกว่านั้น โดยปลาจะสามารถโตได้ถึงขนาดประมาณ 75-80 ซมหรือ 25 นิ้วในตู้ขนาดดังกล่าว ถ้าได้ขนาดนั้นผมว่าปลาคงอึดอัดน่าดูในตู้ที่ใหญ่ปลาจะโตเร็วกว่าปลาที่เลี้ยงในตู้ขนาดเล็ก

ดังนั้นปลาเล็กตู้ใหญ่ดีมากครับ ยกเว้นเรื่องความลึกของตู้ อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้นว่า ปลาเล็กแกอยากให้ระดับน้ำไม่ลึกมาก แต่อาจทำได้ยากหน่อยสำหรับตู้ที่ไม่ใช่ตู้โล่ง


เก็บตกหน่อยครับ แต่ไม่สำคัญเท่าไหร่

ลาในธรรมชาติที่พบ Dr.Chang บอกว่า ต่อให้ปลาแดงเหมือนกัน ในแต่ละถิ่นก็จะมีเฉดสีต่างกันออกไปปลาที่อยู่ในแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวก็จะมีรูปร่างที่เพรียวบางในขณะที่ปลาที่อยู่ในทะเลสาบหรือแหล่งน้ำที่นิ่ง จะมีลักษณะโครงสร้างลำตัวที่หนากว่า

วันนี้เริ่มตื้อๆแล้วครับ ขออนุญาติมาโพสต่อในวันพร่งนี้แล้วกันนะครับ

ขอบพระคุณสำหรับน้ำอดน้ำทนที่อุตส่าห์เข้ามาอ่านเช่นเคย เหลืออีกไม่มากแล้วครับ

แต่จะมี Surprise ต่ออีกหน่อยแต่เป็นส่วนที่พี่ฉัตรน่าจะรับผิดชอบไปครับ


ท่านสามารถเข้าไปและติชมได้ที่กระทู้นี้ครับ

http://www.arohouse.com/wbs/index.php?action=view&id=000000693

อ่าน 107369 ครั้ง