scoops

Aquarama 2009

Dragon Fish Seminar AQUARAMA 2009 ตอนที่ 5.....สีของปลาและยากระตุ้น

เมื่อวานก็เบี้ยวอีกแล้ว ขออภัยด้วยครับ เพราะมีน้องมาจากแดนไกลขับรถ 300 กว่ากิโลพร้อมกับนำฝนห่าใหญ่มาฝาก ซึ้งในน้ำใจมากๆ หอบมาจนท่อระบายน้ำรับไม่ไหวท่วมท้นไปหมด เที่ยงคืนจึงได้แยกย้ายกันกลับ

มาถึงตรงนี้ที่ ผมเริ่มจะสับสนในเนื้อหาบ้าง หากแต่ไม่ใช่ในเนื้อหาที่ได้รับ แต่ในหลักการเลือกปลาที่ Dr.Chang แนะนำและได้กล่าวใน Seminar คือ เป็นการเลือกปลาเหมือนกันแต่ Criteria หรือ หลักการในการเลือกนั้นต่างกันและเนื้อหาที่ได้กับ Arowana Gossip ที่ได้ยินมาจะมีการขัดแย้งหรือไม่ตรงกันบ้างในบางส่วนนี้

เรื่องของสีปลาแต่ละตัว ความเงาหรือการสะท้อนของเกล็ดที่มีต่อแสงอาทิตย์นั้น มันขึ้นอยู่กับ::::::::::::: ...............................

ติดตามมาตลอดก็คงจะเดาได้ว่า มันขึ้นอยู่กับ DNA ครับ (อะไรๆก็ลงที่ DNA หมดครับ)

โดยภาพสไลด์ดังกล่าวได้ระบุว่า มุมซ้ายล่างคือปลาที่เกล็ดเงาในระดับหนึ่ง

แต่ที่คนส่วนใหญ่ต้องการคือ เกล็ดในรูปมุมขวาบนที่จะเงางามมากกว่า

โดยหากส่องลึกลงไปอีก จะเห็น ส่วนของเกล็ดที่มีปฏิกริยาต่อแสงอาทิตย์หรือแสงไฟ

ซึ่งมีไม่เท่ากันในปลาที่มีความเงางามต่างกัน

ทาง Qian Hu Singapore ได้ทำการใช้ Molecular Approach ในการแยกปลาว่า

ตัวไหนเป็นสายปลาแดงแท้ๆ 100% โดยไม่มีสายเลือดของเรดบีมาปน

ตัวไหนเป็นมาเลย์บลูเบส ตัวไหนเป็นโกล์ดเบส

ซึ่งเป็นกึ่งการเตือนเรื่องหากคุณเลือกปลาจากร้านใหญ่แล้วคุณค่อนข้างจะได้ปลาตามสายพันธุ์แน่นอน

โดยใน Seminar ได้มีการนำรูปปลา Red Grade 1 (Super Red)และ Red Grade 2(Red B) ขนาดประมาณ 3 นิ้ว อย่างละ 2 รูปมาให้คนฟังแยกว่า อันไหนคือ Red Grade 1 (Super Red)และ Red Grade 2(Red B) ซึ่งผมแยกไม่ออกจริงๆ โดยสรุปว่า ตอนเล็กๆนั้นจะแยกออกยากยกเว้นใช้ DNA เท่านั้น

ซึ่งในส่วนนี้ผมว่า เคยมีกระทู้ถามเรื้องการแยกปลาเล็กๆระหว่างเรดบีกะซูเปอร์เรด และส่วนใหญ่คนที่รู้จะแยกออกได้นะครับ และจริงๆแล้วปัญหาที่ร้านค้าจะกล้านำ Red B มาขายเป็น Super Red คงไม่มีแน่ครับทุกวันนี้ ยิ่งสิงคโปร์ด้วยแล้วเป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งตรงนี้ผมไม่มันใจว่า Dr.Chang ต้องการสื่ออะไร คือ ให้ระวังแดงที่มีเลือดปลอมปน หรือ ต้องการบอกว่า ควรซื้อปลาซูเปอร์เรดขนาดเล็กจากร้านที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

Dr.Chang กล่าวประชดความคาดหวังของผู้เลี้ยงบางคนจากปลาที่ตัวเองเลี้ยงดังนี้ครับ... want your fish to shine like nobody's business. คนส่วนใหญ่ต้องการให้ปลาตัวเองเงางามอย่างกะอะไรก็ไม่ปาน some want it to shine so when you turn off the light it still glows in the dark. บางคนต้องการให้ปลาฉายแสงเงางามขนาดปิดไฟแล้วยังมีแสงเปล่งออกมาจากตัวมันได้เอง To look like a Gold Bar อยากให้สวยเหมือนทองคำแท่ง Genetic is the important part.....for the fish appearance กรรมพันธุ์มีส่วนสำคัญที่ในความสวยงามของปลาแต่ละตัว


To use whatever light whatever tank effect ...all the funny things that you do to your fish. Your fish will never shine as this. Put them in white tank ...use the sunlight for how many hours a day

ไม่ว่าคุณจะใช้ปรับแสงอย่างไร ปรับตู้อย่างไร หรือ ทำอะไรแปลกๆสารพัดกับปลาคุณ ปลาคุณก็ไม่มีทางเงาเหมือนปลาตัวนี้ เอาปลาไปใส่ตู้ขาว อาบแสงอาทิตย์วันละเท่านั้นเท่านี้ชั่วโมง

เป็นการเปรียบเทียบว่า หากปลามีความต่างกันในเรื่องพันธุกรรมเริ่มแรกพอสมควรแล้ว ไม่ว่าจะทำอย่างไรขนาดไหน ก็ไม่มีวันที่จะก้าวขึ้นมาถึงระดับปลาชั้นสูงได้

หากคุณใช้เทคนิคต่างๆสมมุติสักปีหนึ่ง ปลาอาจจะมีสีดีขึ้นแต่หากเลิกใช้เทคนิคเหล่านั้น นำปลามาเลี้ยงในสภาพปกติ ปลาก็จะกลับมามีสีเหมือนเดิม

ในความรู้สึกผมแล้ว อาจจะเหมือนว่า คนไทยใช้ whintening ขนาดไหนก็อาจจะขาวมากได้ในระดับหนึ่ง แต่จะให้ขาวเหมือนอาหมวยจีนหรือญี่ป่นคงไม่ได้ ประมาณนั้นครับ

ถ้าตรงนี้ผมเข้าใจว่า Dr.Chang จะกล่าวในทำนองว่า การกระตุ้นสีปลาโดยเทคนิคนั้นช่วยได้ในระดับหนึ่งเหมือนกับการยกระดับขึ้น แต่คงจะไม่ข้ามขั้นไปมากมายกว่าที่ควรจะเป็น และหากหยุดใช้เทคนิคเหล่านั้นแล้วปลามักจะกลับมายังระดับที่เคยเป็น

เหมือนกับปลามุมซ้ายล่างทำอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะเงางามหรือทองสวยเท่ากับปลามุมขวาบน

เหมือนกับ "ชะตาชีวิตที่ลิขิตไว้แล้ว"


มีการยกภาพขึ้นมา(ผมจำไม่ได้มาอันไหนครับ) ว่า หากปลาแดงเราต้องการให้ปลาเราได้แบบนี้(นั้นหมายความว่า มีการพัฒนาคัดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีลักษณะแบบนี้ไปไว้ในบ่อเดียวกัน)

What we are doing is to get what the market wants...maybe now the market want this but later it may like this......

ที่ Qian Hu กำลังทำคือ พยายาม breed ปลาให้ได้ตามแบบที่ตลาดต้องการ บางทีตลาดต้องการแดงแบบนี้แต่วันหนึ่งอาจเปลี่ยนเป็นชอบแดงแบบนี้ เค้าก็สามารถ "จัดให้ได้"

ใช่ครับ อธิบายตรงนี้ได้ตรงประเด็นดีมากครับ เพราะนักการตลาดที่ดีต้องตอบสนองได้ทุกสภาวะของตลาด นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมผมถึงว่า Qian Hu ไม่ธรรมดา เค้าไม่ได้เดินวิธีการทำธุรกิจฝืนไปในทางเดียว หากแต่เดินตามความต้องการของตลาดรวมมากกว่า


มาถึง RTG บ้างครับ (ภาพประกอบใน Seminar มีแต่ผมไม่มีเลยขออนุญาติโชว์ภาพอื่นแทน แต่หลายๆท่านคงนึกภาพออกนะครับ)

RTG แบบ แบบ Traditional หรือ Classic ซึ่งแบบที่เรารู้กันครับ คือ สีเข้มลำตัวหนาอ้วนใหญ่ สามารถโตจนมีขนาดได้ถึง 95 ซม ถึงหนึ่งเมตร

ซึ่งลักษณะปลาที่ลำตัวบึกบึนเช่น RTG classic หรือ ปลาแดงนั้น

Dr.Chang จะใช้คำว่า Bulky Fish บัลกี้ เพื่ออธิบายปลาที่โครงสร้างหนา

ในขณะที่ RTG รุ่นใหม่ ลำตัวจะไม่หนาเท่า แต่ but when they are small they look attractive แต่ตอนตัวเล็กๆนั้น RTG รุ่นใหม่ดูดึงดูดกว่า

ตลอดเวลาที่ฟัง Seminar กว่าชั่วโมง คำหนึ่งที่น่าประหลาดใจมากที่ไม่เคยผ่านเข้ามาในหูผมเลย คือ Hi Back อย่าถามผมนะครับว่า ทำไมเค้าไม่เอ่ยถึง Hi Back เลย ทำให้ผมคิดเอาไว้ว่า หรือว่า ไอ้เจ้า RTG ร่นใหม่ที่Dr.Chang เอ่ยถึงนี่คือ Hi back ไทยเรา




Singaporean Gossip : ขณะคุยกับเพื่อนชาวสิงคโปร์ที่อยู่ในวงการอโร พอเอ่ยถึง Hi Back เค้างงครับคือคิ้วขมวด เงียบไปเลย แบบไม่เข้าใจว่า เรากำลังพูดถึงอะไร

พออธิบาย เค้าก็อ๋อแบบงงๆ แล้วเข้าใจเป็นว่า Hi Quality RTG

บอกมางี้ผมยิ่ง งง ใหญ่ สรุปว่า โดยรวมเค้าน่าจะสนใจแค่ RTG Redgrade 1 และ Crossback เท่านั้น

จำได้ว่าใน AQUARAMA2007 เราเข้าไปที่ฟาร์ม Qian Hu Singapore ในร้านจำหน่ายมีแต่ High Grade Red Tail Golden แต่ไม่มี Hi Back จำหน่ายเลย ยิ่ง Super Hi Back นี่ไม่ต้องพูดถึง ไม่มีให้เห็น ตัวเป็นๆ สักตัว

อันนี้ไม่ได้หมายความว่า Hi Back เป็นปลานอกรีดหรืออะไรนะครับ ผมก็มีหลายตัว เพียงแต่อธิบายให้ฟังเฉยๆว่า ความนิยมหรือการเรียกชื่อปลานั้นในแต่ละที่ต่างกันพอสมควรเท่านั้นครับ และสิงคโปร์แทบจะไม่ใช้คำว่า Hi Back เลย

Dr.Chang กล่าวว่า Arowana เปลี่ยนสีตามสภาพแวดล้อม ซึ่งเราๆท่านๆก็ทราบกันดีอยู่แล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมตู้ปลาอโรของแต่ละท่าน จึงมีสติ๊กสีดำหรือไม่ก็สีขาวติดอยู่เกือบทุกด้าน

แต่ก็อย่าลืมว่า ร้านปลาก็เช่นกัน เค้าก็ต้องใช้เทคนิคของทั้งตู้และไฟเพื่อทำให้ปลาเค้าดูสวยที่สุด (ขออนุญาติยกตัวอย่างส่วนตัว เช่น หินสีออกแดงเพื่อสะท้อนสีแดงไปด้านบน ใช้หลอดที่ให้ปลาดูแดงที่สุด ตู้ไม่สุงมากจนหลังปลาแทบจะชนหลอดไฟอยู่แล้วเพื่อให้ปลาดูดีที่สุด บางร้านเลี้ยงตู้มืดปิดไฟ พอถึงเวลาก็เอาหลอดมาส่องจนแทบติดหลังปลา แน่นอนครับว่าดูดีมาก แต่เวลามาเลี้ยงที่ตู้เรามันจะแบบนั้นเลยหรือปล่าวล่ะ)

มาถึงตรงนี้ที่ผมคิดว่า Dr.Chang จะอธิบายไม่ลึกพอจนแฉลบไปหน่อยคือการเลือกปลาโดย Dr.Chang เน้นว่าหากเราเลือกปลาจาก Reliable Supplier หรือว่าแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ แล้วคุณควรจะเลือกปลาที่มีท่าว่ายงดงามและมีโครงสร้างที่ถูกต้องตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อให้ได้ปลาที่ว่านสวยทรงดีตามความต้องการ เพราะสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ It is Genetic

โดยไม่ต้องกังวลมากในเรื่องสีเพราะหากได้จาก Reliable Suppier แหล่งที่ดีแล้วอย่างไรเสียสีปลาคุณมาแน่นอน โดยเน้นหลักที่ว่า ท่าว่ายกับทรงปลานั้นคุณไม่สามารถเปลี่ยนได้และเรื่องของสีให้ปล่อยเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ คือ ถ้าซื้อ Red Grade 1 อย่างไรเสียสีต้องมาแน่ คือ อาจจะพูดรวมๆเหมือนกับว่า ในปลาที่เล็กมากและสียังไม่มา แต่กับรสนิยมของคนเลี้ยงในปัจจุบัน วิธีนี้เสี่ยงพอสมควร เพราะแน่นอนเซียนแค่ไหนคงไม่มีใครกล้าใช้สารพัดเทคนิคที่จะเปลี่ยนปลาหัวปลาทู ให้เป็นสปูนเฮด หรือ กล้าลองอะไรที่จะสามารถเปลี่ยนสปูนเฮดให้เป็นหัวปลาทู ท่าว่ายปกติของปลาก็คงเปลี่ยนได้ยาก ซึ่งก็ถูกที่ต้องเลือกสิ่งเหล่านี้ให้ถูกต้อง

Arowanan Gossip : แต่Dr.Chang คงลืมนึกว่า ทุกวันนี้ Criteria หรือ หลักเกณฑ์ในการเลือกปลาของผู้บริโภคยุคปัจจุบันนั้นเน้นสีเป็นหลัก ในปลาแดงหรือทองมาเลย์แล้ว แม้แต่ครอกเดียวกันก็ยังมีตัวจืดและเข้มต่างกันพอสมควร และคนเลี้ยงปัจจุบันซีเรียสมากเรื่องสีในครอกเดียวกัน หากคุณเข้าฟาร์ม ครอกหนึ่งมีปลา 20 ตัว หากคุณเหมาครอกอาจจะตกตัวละ S$900 หากคุณจะเลือกแค่ 5 ตัวแบบคัดหัวปลาราคาจะโดดไปพอสมควรคือ อาจจะประมาณ S$1200ขึ้น (โดยฟาร์มส่วนใหญ่ชอบขายยก Lot มากกว่าให้มาเลือกเป็นตัวๆไป)และต้องยอมรับ Criteria หลักในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่จะเน้นสีเป็นหลักไม่ใช่ท่าว่ายหรือทรงปลา ซึ่งในแต่ละตัวทรงจะไม่มีความสำคัญเทียบเท่ากับสี และมีความแตกต่างในทรงไม่มากหรือสำคัญเท่ากับสี

การตัดสินปลาประกวด ปลาแดงชนะเลิศจะทรงอะไร ว่ายอย่างไรก็แล้วแต่ สีแดงของมันนั้นต้องแดงจัดที่สุดในทุกตู้ ลองปลาทรงดี ว่ายดีแต่แดงไม่จัด โอกาสชนะไม่มีให้เห็น หากนับตามความนิยมในปัจจุบันแล้ว อย่างไร การเน้นที่ สี ก็นำโด่งลักษณะอื่นๆมาหลายช่วงตัว

Dr.Chang กล่าวอีกในบางกรณีที่สีปลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร

อันนี้คือ ความผิดพลาดของผมเอง คือในหัวข้อที่ผมเขียนว่า มาเลย์เล็กไม่สวยโตมางามๆก็มีนะจ๊ะ ความจริงแล้วมันไม่ใช่ มาเลย์ หากแต่เป็น พันธุ์ผสมระหว่างมาเลย์กับปลาแดง

โดย Dr.Chang กล่าวว่า มีปลาที่ทางเราทำได้ชุดหนึ่ง(เน้นนะครับว่าชุดหนึ่งไม่ใช่ทุกชุด)ที่เป็นปลาแดงผสมมาเลย์

ล็กๆจะดูน่าเกลี่ยดมากเหมือนใครเอาไปขัดเกล็ดให้มันดูไม่ดีเอาเสียเลย แต่ที่ได้แต่เด็กและดูออกคือ มัน very Bulky ทรงหนาเอามากๆ

หากแต่ปลาชุดนี้หากคุณ เลี้ยงไปสักปีครึ่งถึงสองปี เกล็ดเค้าจะเปลี่ยนเป็น very shiny and it is very bulky นั้นคือทองเหมือนมาเลย์ บึกบึนเหมือนปลาแดง

แต่มีจำนวนที่เพาะได้แค่ไหนอย่างไรไม่ได้ระบุครับ

แต่อย่างว่า Singapore นิยม Pure Breed สายพันธุ์แท้มากกว่าพันธุ์ผสม ประกวดกี่ที ที่สนใจหลักๆมีแต่ ปลาแดง กะ ครอสแบ็คมีการแยกเป็นสามรุ่นอีกต่างหาก ไม่มีแบ่งประกวด เฉพาะสายพันธุ์ RTG หรือ สายพันธุ์ผสมใดๆ สักรุ่นเลย

สามทุ่มแล้วครับ ขออนุญาติตอนนี้พอแค่นี้ก่อน ตอนหน้าจะชดใช้ให้ยาวกว่านี้ครับ

ท่านสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ที่

http://www.arohouse.com/wbs/index.php?action=view&id=000000705

อ่าน 4238 ครั้ง